บทที่ 1 บทที่1

ภายในห้องของหนิงเทียน มีเพียงที่นอนขนาดห้าฟุตและตู้เสื้อผ้าหนึ่งใบ โต๊ะทำงานอีกหนึ่งตัวอันที่จริงห้องนี้น่าจะเป็นห้องไว้เก็บของแต่อิสรภาพหลงเลือกที่จะให้หนิงเทียนหลับนอนที่นี่ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นไม่มีให้ สำหรับเขาแล้วแค่ให้หลับนอนน่าจะมากเกินไปด้วยซ้ำ

ชีวิตของเด็กหนุ่มที่ไร้ญาติขาดมิตร เติบโตมากับมูลนิธิเด็กกำพร้าตอนนั้นหนิงเทียนคิดเสมอว่าตัวเองโชคดีแม้พ่อเมียเสียตอนสิบขวบแต่ยังมีเศรษฐีใจบุญค่อยอุปการะไม่อย่างนั้นคงนอนข้างถนนเป็นแน่

หนิงเทียนคงไม่คาดคิดว่าการเข้ามาอยู่ในมูลนิธิเด็กกำพร้าyoolong มันจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาในยามนี้ จริงอยู่ว่าเมื่อก่อนเจ้าของมูลนิธิก็คือพ่อของเขา มูลนิธิyoolong มาจากชื่อลูกชายและถูกนำมาตั้งเป็นชื่อมูลนิธิและก่อตั้งบริษัท แต่ตอนนี้พ่อของยู่หลงหรือท่านประธานคนเก่าได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว จึงทำให้ธุรกิจทั้งหมดในเครือตกมาอยู่ในมือลูกชายผู้เป็นสายเลือดและได้ทำการสานต่อมาด้วยดีตลอด แต่..

ฮัดชิ้ว...

"อย่าบอกนะว่าจะเป็นหวัด" หนิงเทียนพูดกับตัวเองเบา ๆ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน ก็ช่วงเย็นที่ผ่านมาหนิงเทียนทำงานผิดพลาดจนยู่หลงสั่งลงโทษให้ลงจากรถกะทันหัน ให้กลับไปเอาแฟ้มเอกสารที่บริษัท ด้วยเวลาตอนนั้นมันเป็นช่วงที่รถติด หนิงเทียนจึงใช้บริการรถจักรยานยนต์เพื่อความสะดวกและรวดเร็วแต่ระหว่างทางไปนั้นฝนก็ดันตกลงมาไม่ขาดสาย พอมาถึงบริษัทก็ทำให้ล่าช้า อีกทั้งหนิงเทียนรอให้ฝนหยุดพอมาถึงคอนโดก็มืดค่ำเข้าไปอีก และนั่นมันทำให้ยู่หลงเกิดบันดาลโทสะมีปากเสียงจนหนิงเทียนหลุดคำพูดที่เก็บไว้มานาน

เป็นใครก็คงไม่อยากอยู่ในสถานะแบบนี้ แทนที่ยู่หลงจะเป็นห่วง แต่เขากลับด่าว่าสารพัดราวกับว่าหนิงเทียนไร้ความหมาย สุดท้ายการขออิสรภาพก็เกิดขึ้น

ฮัดชิ้ว

หนิงเทียนรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยสบายเอามาก ๆ อีกทั้งตัวเปียกปอนจนเกือบแห้งแล้ว ทำให้เขาต้องเดินไปหยิบผ้ามาอาบน้ำให้ร่างกายได้สดชื่น จากนั้นคงหายาทาน

หนิงเทียนเดินออกมาด้านนอก ภายในพื้นที่เพนท์เฮ้าส์อันโอ่อ่าถูกจัดสรรปันส่วนไว้อย่างเรียบร้อย จริงอยู่ว่าห้องใช้สอยมีมากกว่าสามห้อง ด้านนอกยังมีห้องครัวห้องนั่งเล่นและห้องทำงานแยกไว้ชัดเจน 

"อยู่ไหนนะ" ปกติแล้วการจัดการและดูแลบ้านจะเป็นหน้าที่ของลุงฉางที่เป็นพ่อบ้าน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลางานลุงฉาง ลุงจะมาทำงานตอนหกโมงเช้าและกลับบ้านตัวเองในเวลาสองทุ่ม

หนิงเทียนยังคงเดินหากล่องยาสามัญประจำบ้านจำได้ว่าลุงฉางน่าจะเก็บเอาไว้ในตู้ เด็กหนุ่มในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวก้ม ๆ เงย ๆ หาสิ่งที่ต้องการแต่แล้ว

พรึ่บ!!

 มือหนาของยู่หลงคว้าแขนหนิงเทียนเอาไว้แล้วจับตัวเขาให้หมุนมาประจันหน้า

"ดึกดื่นทำไมเธอยังไม่นอน แล้วแอบมาขโมยอะไร?"

"ผมเปล่าซะหน่อย แค่อยากได้ยาแก้ปวดเท่านั้นเอง"

คำพูดของหนิงเทียนทำเอายู่หลงจับจ้องมองที่ใบหน้าอย่างหาคำตอบ ดูเหมือนเขาจะไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าหนิงเทียนต้องการยาแก้ปวดจริง ๆ 

"เธอเป็นอะไรถึงอยากได้ยาแก้ปวด ไม่ใช่แอบมาขโมยของเพราะโดนหักเงินเดือนหรอกนะ"

คำพูดที่ดูไม่ไยดีของเขา ทำเอาหนิงเทียนรีบสะบัดมือออกจากนั้นก็ถอยหลังห่างเขาไปหนึ่งก้าว พร้อมพูดขึ้นชัดเจน

"ที่ผมต้องการยาแก้ปวดเพราะรู้สึกไม่สบายคุณก็รู้ว่าฝนตก คุณไล่ผมลงจากรถให้กลับไปเอาแฟ้มเอกสาร ผมต้องตากฝนจนรู้สึกไม่สบาย ส่วนแจกันใบนั้นคุณเองที่เป็นคนทำไม่ใช่ผมสักหน่อย"

"เดี๋ยวนี้เถียงเหรอ กล้าเถียงฉันแล้วเหรอ"

หนิงเทียนเงียบ เขาเม้มปากแน่นส่วนยู่หลงได้แต่จ้องมองใบหน้าของหนิงเทียนอยู่อย่างนั้น รู้สึกว่าเขาจะโมโหแต่ต้องข่มอารมณ์ไว้เพื่ออะไรบางอย่าง แต่ระหว่างที่หนิงเทียนกำลังจะเดินกลับไปที่ห้อง เสียงของยู่หลงก็รีบทักขึ้น

"เดี๋ยว ตามฉันไปที่ห้อง"

คำพูดของยู่หลงทำเอาหนิงเทียนต้องหันกลับมาช้า ๆ จากนั้นเขาก็ยกยิ้มขึ้น สิ่งที่คิดในหัวคงไม่เกินจริง ทว่าตอนนี้ก็คงไม่เหมาะสม

"ผมไม่สบายไม่สะดวกให้คุณทำเรื่องอย่างว่า" พอพูดจบหนิงเทียนก็เดินกลับไปที่ห้องอย่างเร็ว ปล่อยให้ยู่หลงมองตามพร้อมทั้งกัดฟันแน่น

"เด็กอวดดี"

บทถัดไป